
[Verse 1] ในคืนสงัดแห่งอัญชนวัน ดาวพราวสว่างกลางสายลมไหว เทวบุตรผู้มีรัศมีไกล ก้าวมาเฝ้าองค์พระศาสดา ยืนสงบอยู่เบื้องพระพักตร์ ด้วยใจอยากรู้ความจริงล้ำค่า “พระองค์ทรงสุขอยู่หรือหนา หรือมีน้ำตาแห่งความอาวรณ์” [Pre-Chorus] แต่พระองค์ตรัสด้วยเสียงอ่อนโยน ดังสายน้ำเย็นแห่งธรรมสุนทร [Chorus] เราไม่ได้สุข เพราะไม่มีสิ่งให้ยึดถือ เราไม่ได้ทุกข์ เพราะไม่มีสิ่งใดสูญหาย เมื่อดับความอยากในหัวใจ ก็พ้นจากคืนวันแห่งวุ่นวาย เหนือความยินดี เหนือความเศร้า เหนือเงาของคำว่าได้หรือเสียไป ผู้ข้ามพ้นเครื่องข้องทั้งหลาย คือผู้เป็นอิสระภายในนิรันดร์ [Verse 2] เทวบุตรถามด้วยความสงสัย “แล้วเหตุใดพระองค์ไม่เหงาใจ เมื่อประทับอยู่เพียงลำพัง ไร้ความบันเทิงแห่งโลกา” พระพุทธองค์ตรัสตอบกลับ ด้วยธรรมอันลึกเกินค้นหา “ผู้มีสุข ย่อมมีทุกข์ตามมา ผู้ยึดสุขา ย่อมหวั่นไหว” [Bridge] เมื่อใจไม่ดิ้นรนหาอะไร ก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดจากไป เมื่อใจไม่แบกความหมายใด โลกทั้งใบก็เบาสบาย ไม่มีโซ่ตรวนแห่งตัณหา ไม่มีน้ำตาแห่งอาลัย ดุจฟ้าสงบหลังพายุใหญ่ สว่างไสวด้วยธรรมภายใน [Chorus] เราไม่ได้สุข เพราะไม่มีสิ่งให้ยึดถือ เราไม่ได้ทุกข์ เพราะไม่มีสิ่งใดสูญหาย เมื่อดับความอยากในหัวใจ ก็พ้นจากคืนวันแห่งวุ่นวาย เหนือความยินดี เหนือความเศร้า เหนือเงาของคำว่าได้หรือเสียไป ผู้ข้ามพ้นเครื่องข้องทั้งหลาย คือผู้เป็นอิสระภายในนิรันดร์ [Outro] กกุธเทพน้อมใจกราบลง กลางแสงธรรมอันงดงาม “นานนักจึงได้พบผู้ข้าม สุขและทุกข์…สู่ฝั่งนิพพาน”

