
หลิททิกานิสูตรมุนีแห่งสันติ [Verse 1] เดินบนโลก...ดั่งนกบนฟ้า ไร้ร่องรอยแห่งการครอบครอง ไม่ยึดรูป ไม่ยึดเสียงก้อง ใจจึงล่องเหนือกระแสเวลา ไม่มีบ้าน...ที่ชื่ออัตตา ไม่มีที่พัก...แห่งความหลงใหล ปล่อยวิญญาณเป็นอิสระไป ดังสายลมโอบกอดโลก [Pre-Chorus] เมื่อใจไม่ติดในรูปนาม ความทุกข์ก็หมดหนทางเติบโต เมื่อใจไม่สร้างกำแพงแบ่งแยก โลกก็เปิดประตูแห่งสันติ [Chorus] เป็นมุนี...แห่งสันติภาพ ปล่อยวางทุกความอยากครอบครอง ไม่แก่งแย่ง ไม่แบ่งเขาเรา ไม่สร้างกำแพงแห่งความกลัว เมตตาคือภาษาของหัวใจ ปัญญาคือแสงนำทางโลก เมื่อใจหลุดพ้นจากตัณหา สันติภาพก็ผลิบาน [Verse 2] ไม่สุขตามเมื่อคนสรรเสริญ ไม่ทุกข์เกินเมื่อโลกตำหนิ ไม่หลงกาม ไม่หลงชื่อเสียง ไม่วิ่งแข่งกับวันพรุ่งนี้ ไม่เปรียบเทียบว่าผู้ใดสูงกว่า ไม่ถกเถียงเพื่อชนะกัน แต่รับฟังด้วยหัวใจเมตตา ทุกชีวิตคือเพื่อนร่วมโลก [Bridge] สงครามมิได้เกิดจากอาวุธ แต่เกิดจากใจที่ยึดมั่น ความรุนแรงมิได้เริ่มที่ชายแดน แต่เริ่มจากอัตตาในใจคน หากผู้นำทั้งโลกเป็นดังมุนี ละโลภ โกรธ หลง ได้จริง พรมแดนแห่งความหวาดกลัว จะกลายเป็นสะพานแห่งมิตรภาพ [Final Chorus] เป็นมุนี...แห่งสันติภาพ ไม่ยึดอดีต ไม่หวังอนาคต อยู่กับปัจจุบันอย่างรู้ตื่น ด้วยเมตตาและปัญญา ไม่แข่งขันเพื่อเป็นหนึ่ง แต่ร่วมมือเพื่อโลกทั้งใบ เมื่อหัวใจทุกดวงปลอดจากตัณหา โลกจะไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ จะเหลือเพียง... มนุษยชาติเดียวกัน [Outro] ไม่มีที่อยู่ของความยึดมั่น ไม่มีที่พักของอัตตา มีเพียงหัวใจอันเป็นอิสระ เดินอย่างมุนี... สู่โลกแห่งสันติภาพ

