
[Verse 1] เมื่อก่อนเห็นสาวสวย ก็แซวกันเล่นตามประสา แตะไหล่ แตะมือ คิดว่าเป็นการแสดงความรัก คำพูดบางคำในวันนั้น เราหัวเราะกันนัก วันนี้เพิ่งเข้าใจ ว่าคนฟังอาจไม่ได้หัวเราะด้วย [Chorus] เราแก่แล้ว เราต้องเปลี่ยน โลกหมุนไป เราก็ต้องเรียนรู้ สิ่งที่เคยคิดว่าแค่เล่นสนุก วันนี้อาจทำให้ใครรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่แตะเนื้อต้องตัว ถ้าเขาไม่ได้อนุญาต ไม่เรียกใครตามรูปร่าง ตามหน้าอก ตามเอว ตามหน้าตา ไม่บูลลี่ใคร แม้เมื่อก่อนจะเรียกว่าพูดเล่นมา โตขึ้นไม่ใช่รู้มากกว่า แต่คือรู้ว่าใจคนอื่นก็สำคัญ [Verse 2] เมื่อก่อนมีคำเรียก ที่ติดปากจนไม่เคยคิด เรียกคนจากรูปร่าง จากหน้าตา จากสิ่งที่มองเห็น พอโลกเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนวิธีมองคนให้เป็น คนหนึ่งคนไม่ได้มีค่า เพราะหุ่นหรือหน้าตา คำว่า “แซวเล่น” ไม่ได้ลบความรู้สึกใคร คำว่า “สมัยก่อนเขาก็พูดกัน” ไม่ใช่เหตุผล เราอาจไม่ตั้งใจร้าย แต่ถ้าเขาเจ็บก็ต้องฟัง ขอโทษได้ เรียนรู้ได้ แล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง [Chorus] เราแก่แล้ว เราต้องเปลี่ยน โลกหมุนไป เราก็ต้องเรียนรู้ สิ่งที่เคยคิดว่าแค่เล่นสนุก วันนี้อาจทำให้ใครรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่แตะเนื้อต้องตัว ถ้าเขาไม่ได้อนุญาต ไม่เรียกใครตามรูปร่าง ตามหน้าอก ตามเอว ตามหน้าตา ไม่บูลลี่ใคร แม้เมื่อก่อนจะเรียกว่าพูดเล่นมา โตขึ้นไม่ใช่รู้มากกว่า แต่คือรู้ว่าใจคนอื่นก็สำคัญ [Bridge] เราไม่ต้องลบอดีต แค่ไม่เอาอดีตมาเป็นข้ออ้าง ไม่ต้องเกลียดคนรุ่นเรา แค่ช่วยกันวางบางอย่าง โลกไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนเลว เพียงบอกว่า วันนี้เรารู้มากกว่าเมื่อวาน ถ้าเคยทำพลาด ก็เรียนรู้จากมัน แล้วใช้วันที่เหลือ ทำให้คนข้าง ๆ สบายใจ [Final Chorus] เราแก่แล้ว เราต้องเปลี่ยน ไม่ใช่เปลี่ยนวัย แต่เปลี่ยนวิธีมองคน ไม่ใช้คำล้อเลียนทำให้ใครต้องหลบตา ไม่ใช้ร่างกายของใครเป็นเรื่องขำของวงสนทนา ขอให้มองคนจากสิ่งที่อยู่ข้างใน จากความคิด จากน้ำใจ จากสิ่งที่เขาทำ เพราะสุดท้ายไม่ว่าอายุเท่าไร สิ่งที่ควรเคารพที่สุด ก็คือความเป็นคนของกันและกัน [Outro] เมื่อก่อนเราอาจไม่รู้ วันนี้รู้แล้ว…ก็เปลี่ยน เราแก่แล้ว แต่ยังเรียนรู้ได้

