
(ท่อนแรก) เมื่อสายน้ำไหลหลาก เข้าท่วมเมืองทั้งคืน ผู้คนต่างหวั่นไหว ใจสั่นคลอนทุกข์ท่วมใจ แต่เราไม่เดียวดาย ยังมีแสงแห่งธรรมคอยนำไว้ เหมือนแสงไฟกลางน้ำใหญ่ ที่ไม่เคยมอดลง (ท่อนฮุก) เราจะยืนขึ้นใหม่ ด้วย สติ เป็นพลัง มองทุกข์ให้เห็นทาง ไม่จมอยู่กับความกลัว เมตตา พาเราก้าวไป ช่วยกันคนละเล็กละน้อย กลางสายน้ำเชี่ยวกราก ยังมีหัวใจที่เข้มแข็งอยู่เสมอ นี่คือ “แสงใจกลางสายน้ำ” (ท่อนสอง) ในวันที่หาดใหญ่ต้องสู้ กับคลื่นที่ไม่รอใคร เราจึงได้เรียนรู้ค่าแห่งชีวิตและน้ำใจ ศีลและขันติคุ้มครอง ให้ใจมั่นคงและอ่อนโยน เหมือนย้ำเตือนให้เราเห็น ความจริงของโลกนี้ (ท่อนฮุก) เราจะยืนขึ้นใหม่ ด้วย สติ เป็นพลัง มองทุกข์ให้เห็นทาง ไม่จมอยู่กับความกลัว กรุณา ขับเคลื่อนเราไป แม้ทางจะยากเพียงใด เมื่อเราจับมือกันไว้ ไม่มีคลื่นไหนแรงเกินผ่าน นี่คือ “แสงใจกลางสายน้ำ” (ท่อนจบ) เมื่อฟ้าเปิดเมฆจาง น้ำลดลงช้า ๆ ยังเห็นรอยยิ้มบนใบหน้า ที่ผ่านทุกข์ด้วยกันมา เพราะธรรมคอยนำใจ ให้เราก้าวหน้าอีกครา ในทุกวิกฤติ เราพบคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์เสมอ

