
แก้ให้ตรงจุด V.2
[Verse 1] ถ้าช่างซ่อมบ้านโดยไม่ดูรอยร้าว ทาสีใหม่ให้สวย แล้วบอกว่าหาย ถ้าโปรแกรมเมอร์แก้โค้ดโดยไม่อ่าน กดลบทั้งระบบ แล้วบอกว่าใช้ได้ ถ้าหมอรักษาแค่ตรงที่คนไข้บ่น แต่ไม่ถามว่าต้นเหตุอยู่ตรงไหน บางครั้งยาที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ยาที่แรงที่สุด [Chorus] ก่อนจะแก้ปัญหา ช่วยเข้าใจมันก่อน อย่าเอาคำตอบ ไปใส่ในคำถามที่ผิด เพราะแผลอยู่ข้างใน แต่เราเอาพลาสเตอร์ปิดข้างนอก ซ่อมถูกอย่าง แต่ผิดจุด ก็ยังพังเหมือนเดิม --- [Verse 2] ถ้าเป็นครู อย่าแก้เด็กด้วยคะแนน ถ้าเป็นหัวหน้า อย่าแก้งานด้วยการด่า ถ้าเป็นช่างไฟ อย่าเปลี่ยนหลอดไฟ ถ้าปัญหาจริงอยู่ที่สายไฟข้างฝา ถ้าเป็นคนรัก อย่ารีบหาคนผิด ก่อนถามว่าทำไมใจถึงเปลี่ยนไป ถ้าจะช่วยใครสักคน อย่าเพิ่งช่วยในแบบที่เราอยากให้เขาเป็น [Chorus] ก่อนจะแก้ปัญหา ช่วยเข้าใจมันก่อน อย่าเอาความรู้ มาแทนความเข้าใจ คนไม่ได้เป็นเครื่องจักร หัวใจไม่ได้มีคู่มือ แก้ถูกอย่าง แต่ผิดจุด ก็ทำร้ายกันได้เหมือนเดิม --- [Bridge] ช่างต้องรู้ว่ามันพังตรงไหน หมอต้องรู้ว่าโรคเริ่มจากอะไร โปรแกรมต้องรู้ว่าบั๊กอยู่ตรงไหน และคนเราต้องรู้... ว่าความเจ็บอยู่ตรงไหน --- [Final Chorus] ไม่ว่าจะเป็นช่าง หมอ ครู หรือโปรแกรมเมอร์ คนทำงานธรรมดา หรือคนที่คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง ปัญหาทุกอย่าง ไม่ได้ต้องการคำตอบเดียวกัน บางครั้งสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่รีบลงมือแก้ แต่คือหยุดก่อน... แล้วถามให้ถูกว่า “จริง ๆ แล้วมันพังตรงไหน?” เพราะการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การแก้ให้เร็วที่สุด แต่คือ... แก้ให้ตรงจุด

