
(Verse 1) เสียงประชาธิปไตยยังดังอยู่ในสภา แต่ใครเล่าจะกล้าพูดแทนความจริงทั้งหมด ฝ่ายค้านยืนตรวจสอบด้วยแรงศรัทธา แม้ถูกล้อมด้วยกฎกรอบที่ไม่เคยปรับปรุง (Verse 2) ฝ่ายค้ำยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างข้าง ถือไม้ค้ำยันอำนาจแลกผลประโยชน์ วันหนึ่งช่วย วันหนึ่งเปลี่ยนข้าง ทำให้เสถียรภาพคือเงาที่เปราะบาง (Chorus) ฝ่ายค้าน ฝ่ายค้ำ ฝ่ายแค้น เสียงแตกแยกก้องดังทั่วแผ่นดิน ใครคุมอำนาจ ใครถือความฝัน สุดท้ายประชาชนยังรอวันพรุ่งนี้ (Verse 3) ฝ่ายแค้นเก็บแผลจากวันเก่า ๆ เดินออกถนน เปล่งเสียงผ่านโลกออนไลน์ ไม่ใช่เพียงนโยบาย แต่คือหัวใจที่ไม่ยอมเงียบ แต่รอยแค้นก็ปิดทางการประนีประนอม (Chorus) ฝ่ายค้าน ฝ่ายค้ำ ฝ่ายแค้น สามเหลี่ยมการเมืองยังไม่มั่นคง ใครจะพาประเทศพ้นวังวน ขึ้นอยู่กับเราทุกคน ไม่ใช่เพียงคนในสภา (Outro) หากวันหนึ่ง “ค้ำ” เปลี่ยนเป็น “พลังร่วม” “แค้น” เปลี่ยนเป็น “แรงฝันใหม่” “ฝ่ายค้าน” จะยืนอย่างสง่างาม แล้วประชาธิปไตยไทยจะหายใจได้อีกครั้ง...

