
[ท่อนที่ 1 – Verse 1] เคยยืนเด่นในจีวรทอง เป็นสัญลักษณ์แห่งความผ่อง แต่วันนี้เสียงลือพัดมา จีวรเปื้อนด้วยมารยา ดวงตาที่เคยก้มศรัทธา กลับเงยหน้าด้วยคำถามนานา ศรัทธาล้ม กลางใจอ่อนล้า ความจริงอยู่ไหนในศาสนา? [ท่อนสร้อย – Chorus] จีวรกลางพายุ สั่นไหว ป่นปี้ ผูกไว้ด้วยอดีต แต่ถูกพายุฉีกขาดไม่มีชิ้นดี โอ้ หัวใจแห่งธรรม ขอจงส่องแสงอีกครั้ง ผ่านประตูที่แตกสลาย ผ่านคืนวันที่พัง เราจะลุกขึ้นจากความผิดพลาดได้ไหม เพื่อรับฟังเสียงเรียกจากธรรมในใจ? [ท่อนที่ 2 – Verse 2] หน้าจอสาดเรื่องราวมากมาย จริงหรือหลอกปะปนภายใน เสียงคร่ำครวญจากวัดวา เมื่อศีลธรรมถูกทดสอบมา โลกเปลี่ยนไป แต่คำปฏิญาณยังอยู่ เสียงแห่งทุกข์ยังเตือนให้รู้ แต่เงามืดยังซ่อนในมุมลึก ความเงียบศักดิ์สิทธิ์ถูกเปิดเผยอย่างฉุกละหุก [ท่อนสร้อย – Chorus] จีวรกลางพายุ สั่นไหว ป่นปี้ ผูกไว้ด้วยอดีต แต่ถูกพายุฉีกขาดไม่มีชิ้นดี โอ้ หัวใจแห่งธรรม ขอจงส่องแสงอีกครั้ง ผ่านประตูที่แตกสลาย ผ่านคืนวันที่พัง เราจะลุกขึ้นจากความผิดพลาดได้ไหม เพื่อรับฟังเสียงเรียกจากธรรมในใจ? [ท่อนเปลี่ยน – Bridge] ไม่ใช่เพื่อกล่าวโทษ แต่เพื่อปลุกให้ตื่น ไม่ใช่เพื่อตำหนิ แต่เพื่อคืนค่าธรรมคืน สงฆ์จะเข้มแข็งได้ด้วยความจริง และสวมจีวรอย่างสง่างามไม่ประวิง [ท่อนสร้อยสุดท้าย – Final Chorus] จีวรกลางพายุ สั่นไหว ป่นปี้ ให้ปัญญานำทางกลับสู่คำที่เคยปฏิญาณนี้ จากศรัทธาที่ล้ม ขอคุณธรรมคืนมาใหม่ ด้วยหัวใจเปิดรับและฟ้าใส ขอศีลกลับหายใจ ขอวัดได้ซ่อมแซม เมื่อธรรมะเดิน ทางจะไม่สูญแสง

