
อานันทสูตรเทวดาเตือนพระอานนท์ต้อนรับโยมเกินเวลาแล้ว [Intro] เมื่อสายลมพัดผ่านพนา เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป เสียงธรรมยังคงเตือนใจ ให้หวนกลับมามองตน [Verse 1] พระอานนท์ผู้เปี่ยมเมตตา ต้อนรับผู้คนไม่เคยบ่น คฤหัสถ์มากมายเวียนมาปะปน ขอฟังธรรมจากท่านทุกวัน ด้วยใจกรุณาอันงดงาม จึงคอยตอบคำและแบ่งปัน แต่ในความดีอันยาวนาน บางคราวการภาวนาก็เลือนหาย [Pre-Chorus] ณ ป่าเงียบสงบแห่งโกศล มีเสียงหนึ่งดังจากแดนไกล เทวดาผู้หวังประโยชน์แก่ใจ เอ่ยคำเตือนด้วยความเมตตา [Chorus] จงกลับสู่ร่มไม้เถิด สู่ความเงียบอันล้ำค่า วางเรื่องราวและถ้อยวาจา แล้วหันมาภาวนาในใจ จงเพ่งฌานอย่าประมาท อย่าปล่อยโอกาสให้ผ่านไป เพราะคำสนทนามากเพียงใด มิเท่าการเห็นธรรมภายในตน [Verse 2] ใต้โคนไม้ที่สงัดเงียบ ไม่มีเสียงเปรียบแห่งผู้คน เหลือเพียงลมหายใจเวียนวน กับสติที่ค้นพบทาง พระนิพพานมิอยู่ไกล หากอยู่ในใจที่ปล่อยวาง เมื่อจิตสงบและสว่าง ย่อมเห็นทางแห่งความจริง [Bridge] งานภายนอกแม้งดงาม แต่ธรรมต้องอาศัยการหยุดนิ่ง เมื่อใจรู้เท่าทุกสิ่ง ความยึดมั่นก็คลายลง ผู้สอนธรรมควรเห็นธรรม ผู้ชี้ทางควรเดินตรง เมื่อจิตตั้งมั่นและมั่นคง ย่อมถึงฝั่งแห่งความพ้นทุกข์ [Chorus] จงกลับสู่ร่มไม้เถิด สู่ความเงียบอันล้ำค่า วางเรื่องราวและถ้อยวาจา แล้วหันมาภาวนาในใจ จงเพ่งฌานอย่าประมาท อย่าปล่อยโอกาสให้ผ่านไป เพราะคำสนทนามากเพียงใด มิเท่าการเห็นธรรมภายในตน [Outro] ใต้ร่มไม้แห่งความสงบ คือจุดจบของความสับสน เมื่อใจตื่นรู้ในกมล ย่อมพ้นพ้นจากวัฏสงสาร เสียงเทวดาในวันนั้น ยังดังก้องผ่านกาลนาน เตือนผู้แสวงหาพระนิพพาน ให้หมั่นภาวนา...อย่าประมาทเลย

